ชนิดของแบต ในแบตสำรอง

ชนิดของแบต ในแบตสำรอง
สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้กระผมจะขอแนะนำเพื่อนๆ ในเรื่องของแบตสำรองกัน มาดูที่ส่วนตัว Power Bank กันก่อนเลย มันก็เป็นแบตเตอรี่ที่ใช้เก็บพลังงานสำรอง ผมจะบอกให้คุณเข้าใจง่ายๆ ว่า หากพลังงานของโทรศัพท์ของคุณหมด เจ้าแบตสำรองนี่ จะเป็นตัวช่วยได้อย่าดีเยี่ยม นั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่ของโทรศัพท์ หรือถ่านชาร์จ จะเห็นว่ามีการแบ่งชนิดหรือเทคโนโลยีกันออกไป เช่นแบตชนิดที่นิยมในตอนนี้ก็คงจะเป็น Li-Ion (ลิเธียม ไอออน) ก็จะราคาสูงกว่ารุ่นเก่า แต่ทว่าในการใช้งานก็จะดีกว่ารุ่นเก่าๆ มาก  แบตแต่ละชนิดมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไป ซึ่งเราคงจะหยิบยกมาเพียงแค่ 2 ชนิด ที่ผู้ผลิต Power Bank นิยมนำมาใช้กัน ชนิดแรกก็คือ Ni-HM ชนิดนี้ราคาค่อนข้างแต่ทว่า คุณภาพก็อาจจะไม่ได้ดีเท่าที่ควร บางคนซื้อมา เพื่อการใช้งานเพียงไม่กี่ครั้ง แต่เอาความสวยงามไว้ก่อน จะเกิดขึ้นอย่างรู้สึกได้ และด้วยคุณสมบัติของแบตชนิด Ni-MH นี้ เวลาใช้งานควรจะต้องใช้ให้แบตหมดเกลี้ยงแล้วค่อยชาร์จ จะทำให้แบตเสื่อมช้าลง

แบตชนิด Ni-HM ยังเป็นที่นิยมอยู่ในปัจจุบัน ราคาอาจจะขึ้นมานิดหน่อย แต่คุณภาพก็ดีขึ้นมาด้วย รวมไปถึงแบตของ Eneloop ที่ออกแบบให้สามารถเก็บประจุไฟไว้ได้มากขึ้น แต่ก็ยังคงคุณสมบัติของการเป็น Ni-HM อยู่ แบตอีกชนิดที่นิยมกันมากในอุปกรณ์คือ Li-Ion ผมชอบแบตชนิดนี้มากว่า หลายคนต้องรอให้หมดก่อน และจริงๆ แล้วไม่ควรปล่อยให้มันหมดเลยด้วยซ้ำ ไม่อย่างนั้นแบตจะเสื่อมเร็วขึ้น Power Bank ที่ใช้แบตชนิด Li-Ion นี้จะดีที่น้ำหนักเบากว่า ทำให้การใช้งานสะดวก สบาย ง่ายมากๆ

 

Cyber attack สงครามโฉมใหม่

Cyber attack สงครามโฉมใหม่
ใครๆก็บอกกันว่าเราอาจจะมีสงครามโลกครั้งที่ 3 ในไม่ช้านี้ หลายๆคนก็อาจจะคิดเป็นภาพของสงครามโลกครั้งที่  และ 2 ขึ้นมาในทันที แต่เชื่อหรือไม่ว่าการทำสงครามของเรานั้นไม่จำเป็นต้องเป็นการสูญเสียอะไรมากมายในรูปแบบนั้นอีกต่อไป เพราะเดี๋ยวนี้เราก็มีการทำสงครามกันทุกวันอยู่แล้ว เช่น การทำสงครามกันในตลาดหุ้น การทำสงครามกันในโลกอินเทอร์เน็ต เป็นต้น หลายครั้งๆเลยที่เรามักจะเห็นการโจมตีกันบนโลกออนไลน์ที่สร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก เพราะสิ่งที่หลุดออกไปนั้นอาจจะเป็นข้อมูลสำคัญระดับชาติเลยทีเดียว นั่นคือ สงครามรูปแบบใหม่ที่เราเรียกกันว่า Cyber attack

Cyber attack นั้นมีการเริ่มโจมตีกันมานานแล้วบนโลกออนไลน์ เช่น ในปี 2553 เกิดจากหนอนคอมพิวเตอร์ที่มีชื่อว่า Stuxnet ซึ่งถูกส่งเพื่อเข้าไปทำลายระบบเครื่องหมุนเหวี่ยงนิวเคลียร์ในโรงงานนิวเคลียร์ประเทศอิหร่าน ซึ่งแฝงตัวอยู่ใน USB drive พอมีคนเอา USB ไปเสียบกับเครื่องคอมพิวเตอร์ก็โป๊ะเชะเลย ระบบของเครื่องหมุนเหวี่ยงนิวเคลียร์ในโรงงานนิวเคลียร์ก็โดนยับยั้งไปเลย เรียกได้ว่าแผนนี้คงจะมาจากทางผู้ที่ไม่ชื่นชอบการทำโรงงานนิวเคลียร์ของประเทศอิหร่านนั่นเอง และหลายๆประเทศเลยทีเดียว ซึ่งมีนักโจมตีแบบ Cyber attack  ฝีมือดีไว้เป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นประเทศที่มีปัญหาทางเรื่องการเมืองเป็นส่วนใหญ่ ถึงแม้ว่าจะแอบเชื่อว่าทุกประเทศจะมีนัก Cyber attack  อยู่กันอยู่แล้วเพื่อป้องกันตนเองในระดับหนึ่งนั่นเอง ถ้าเราไม่รู้วิธีการโจมตีแล้วเราจะสามารถป้องกันการโจมตีจากคนอื่นได้อย่างไรกัน จริงหรือไม่